เมื่อวันอาทิตย์ที่ 22 มีนาคม พุทธศักราช 2569 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารมูลนิธิพระดาบสและโรงเรียนพระดาบสแห่งใหม่ ณ เลขที่ 99/9 หมู่ที่ 14 ตำบลบางปลา อำเภอบางพลี จังหวัดสมุทรปราการ โดยมีรองศาสตราจารย์ ดร.เสถียร ธัญญศรีรัตน์ รักษาราชการแทนอธิการบดี สถาบันเทคโนโลยีปทุมวัน ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วชิราภรณ์ เพิ่มพูนสินทรัพย์ คณบดีคณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ตลอดจนคณาจารย์ เฝ้ารับเสด็จ

โอกาสนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชา พระพุทธนวราชบพิตร ทรงศีล และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พลอากาศเอก ชลิต พุกผาสุข องคมนตรี กรรมการและเลขาธิการมูลนิธิพระดาบส เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และผู้ช่วยศาสตราจารย์พรทิพย์ พุกผาสุข กรรมการและประธานคณะกรรมการจัดหาทุนมูลนิธิพระดาบส เข้าเฝ้าฯ ทูลเกล้าฯ ถวายสูจิบัตรแด่สมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี จากนั้น พลเอก สุรยุทธ์ จุลานนท์ ประธานองคมนตรี และประธานคณะกรรมการมูลนิธิพระดาบส กราบบังคมทูลรายงานความเป็นมาและผลการดำเนินงานของมูลนิธิพระดาบส

มูลนิธิพระดาบสจัดตั้งขึ้นตามแนวพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โดยได้ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์เพื่อก่อตั้งโครงการพระดาบส เมื่อพุทธศักราช 2519 เพื่อให้ความช่วยเหลือแก่ผู้ขาดโอกาสทางการศึกษา ให้ได้รับการฝึกอบรมวิชาชีพ ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมจริยธรรม โดยดำเนินการในรูปแบบการศึกษานอกระบบ มีผู้สอนเป็นอาสาสมัครผู้ทรงคุณวุฒิ (ดาบสอาสา) ซึ่งมีจิตอาสาถ่ายทอดความรู้และประสบการณ์โดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และผู้เรียนเป็นผู้ยากจนพ้นวัยเรียนจากทั่วราชอาณาจักร โดยไม่จำกัดอายุหรือวุฒิการศึกษา

ทั้งนี้ มูลนิธิพระดาบสได้น้อมนำพระบรมราโชบายด้านการศึกษาของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มาประยุกต์ใช้ในการดำเนินงาน เพื่อเปิดโอกาสแก่ผู้ด้อยโอกาสและขาดแคลนทุนทรัพย์ แต่มีความใฝ่รู้และความมุ่งมั่น ให้ได้รับการศึกษาและฝึกอบรมวิชาชีพในเชิงปฏิบัติจริง ควบคู่กับการอบรมด้านคุณธรรมในลักษณะโรงเรียนประจำ โดยไม่เสียค่าใช้จ่ายตลอดหลักสูตรระยะเวลา 1 ปี เพื่อให้สามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพ เลี้ยงดูตนเองและครอบครัว ตลอดจนสร้างประโยชน์แก่สังคมและประเทศชาติได้อย่างมีคุณภาพและยั่งยืน

